พิพิธภัณฑ์เปิดอังคาร - อาทิตย์ และทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม (ขอสงวนสิทธิ์สำหรับกรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ)
จัดแสดงยานพาหนะโบราณทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เปิดให้เข้าเยี่ยมชมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากนี้เรายังจัดกิจกรรมภายนอกพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ขบวนพาเหรดรถโบราณเฉลิมพระเกียรติและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย งานสาธารณกุศล และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อ่านต่อ
วารสาร
เรื่องราว
-
08
Oct
ครั้งแรกในไทย Amphicar Show งาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙”
Read moreงานพันธุ์ไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙ ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 1 – 10 ธันวาคม 2555 “เจษเทคนิคมิวเซียม” ได้รับเกียรติให้นำรถโบราณไปจัดแสดงโชว์หน้าหอรัชมงคล ภายในสวนหลวง ร.๙ เพื่อให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้เพลิดเพลินกับความเข้ากันได้ดีระหว่างแมกไม้นานาพันธุ์และรถโบราณนานาชาติ ส่วนที่เป็นไฮไลต์ของงานก็คือการจัดแสดง Amphicar หรือรถสะเทิ้นน้ำ/สะเทิ้นบกโบราณ จากประเทศเยอรมัน บริเวณตระพังแก้ว สระน้ำข้างหอรัชมงคล ระหว่างวันที่ 8 – 10 ธันวาคม รถสี่ล้อที่วิ่งบนถนนอยู่ดี ๆ ก็พุ่งลงน้ำกลายเป็นเรือยนต์เสียอย่างนั้น ผู้คนตื่นตาตื่นใจปนฉงนสงสัยว่ารถลงไปแล่นอยู่ในน้ำได้อย่างไรกัน งานนี้มีผู้มาเที่ยวงาน โดยเฉพาะเด็กๆ หลายคนได้พิสูจน์นั่งไปกับพลขับทหารเรือจนเชื่อแล้วว่าที่เห็นนั้นไม่ได้ตาฝาดไป การแสดงของ Amphicar ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งรถครึ่งบกครึ่งน้ำผสมเลือดอินทรีเหล็กนี้ผลิตขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1961 – 1968 ทางพิพิธภัณฑ์มีอยู่ 3 คัน เอ๊ะ? หรือจะต้องเรียก 3 ลำจากจำนวนที่ผลิตออกมาตลอดช่วง 8 ปีนั้นไม่ถึง 4 พันคัน (ลำ) ในวันที่ 9 ธันวาคม มีงานคอนเสิร์ต “ด้วยรักและภักดี ๒๕๕๕” บริเวณ “สนามราษฎร์” ไมโครคาร์ 3 คัน
Comments off -
08
Oct
ไมโครคาร์พาเหรดเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2555
Read moreมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ร่วมกับ กองทัพบก และการท่องเที่ยว
Comments off -
08
Oct
Remember U-194
Read moreอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งไปหลายองศาของทะเลบอลติก เมื่อมกราคม 2550 ผู้คนคณะหนึ่งได้พยายามนำเรือดำน้ำโซเวียตยุคสงครามเย็นมายังประเทศไทย เรือดำน้ำนั้นชื่อว่า U-194 อายุ 40 ปี เปลี่ยนชื่อมาจากเรือดำน้ำใน Projektu 613 ของกองทัพเรือสหภาพโซเวียตที่ผลิตตามคำสั่ง “โจเซฟ สตาลิน” เมื่ออาณาจักรหมีขาวล่มสลายลงในต้นทศวรรษ 1990 เรือดำน้ำลำนี้ได้ไปอยู่ในครอบครองของนักสะสมชาวฟินแลนด์นาม “ติโม วัลลิน” เขาถอดตอร์ปิโดออกและจัดการดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ จอดแสดงและให้คนเข้าชมในตัวเรือตามชายฝั่งของดินแดนสแกนดิเนเวียเป็นเวลาราว 15 ปี ถึงคราวลาน้ำเค็มของทะเลบอลติกไปอาศัยน้ำจืดในแม่น้ำของสยามประเทศ คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ต้องการเติมเต็มความเป็นพิพิธภัณฑ์ยานพาหนะของ Jesada Technik Museum ด้วยการหาเรือดำน้ำมาประจำการ ได้ติดต่อขอซื้อและนำไปซ่อมที่อู่ต่อเรือในเมืองเซสชิน ประเทศโปแลนด์ ก่อนที่จะติดต่อบริษัทลากเรือเพื่อลาก U-194 กลับประเทศไทย แต่การณ์ชักแปลก ๆ เมื่อเรือลากที่วาดหวังเป็นเพียงเรือล่าปลาวาฬลำเล็ก ๆ อายุ 80 ปี และนี่คือภารกิจสุดท้าย เหตุการณ์ถูกปล่อยเลยตามเลยเพราะฤกษ์งามยามดียามร้ายได้ล่วงเลยมานานแล้ว วันที่ 22 มกราคม 2550 วันเริ่มต้นของจุดจบก็มาถึง เรือลาก 2 ลำ ประคองเรือดำน้ำแบบหัว – ท้าย ออกจากอู่ต่อเรือ สู่ปากอ่าวทะเลบอลติก ทว่าเพียงค่ำของวันที่ 23 มกราคมเมื่อเรือมาถึงบริเวณช่องแคบโอเรซุนด์ (ระหว่างโคเปนฮาเกนของเดนมาร์กและมัลโมของสวีเดน) เรือดำน้ำได้หายไป เพราะเชือกที่ผูกโยงไว้ได้เข้าไปพันกับใบพัดเรือลากจนขาด
Comments off -
07
Oct
เหยี่ยวยนต์ญี่ปุ่นบนถนนเมืองไทย
Read moreนี่คือเรื่องราวของปฏิบัติการลากจูงเครื่องบินจากแดนปลาดิบบนท้องถนนเมืองไทย เพื่อเป้าหมายการเรียนรู้ของน้องหนูเยาวชน เครื่องบินลำนี้คือ YS-11 เป็นเครื่องบินโดยสารสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรก ผลิตระหว่างปี พ.ศ. 2505 ถึง พ.ศ. 2517 จำนวนทั้งสิ้น 182 ลำ ( YS มาจากคำว่า ยูโซะ เซเคอิ แปลว่า “ขนส่ง” และ “วางแผน” ตามลำดับ) Air Phoenix สายการบินขนาดเล็กของไทยซื้อมา 1 ลำในปี พ.ศ. 2551 และเมื่อต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2552 เครื่องบินลำนี้ก็ถูกนำไปจอดไว้ในพื้นที่ของฐานทัพอากาศดอนเมือง ก่อนที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมจะซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง การเคลื่อนย้ายเจ้า YS-11 ออกจากฐานทัพอากาศดอนเมืองสู่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมนั้นเจ้าหน้าที่จากบริษัทขนย้ายได้ทำการถอดใบพัด ปีก หาง ล้อ ออกเสียก่อน ซึ่งการเคลื่อนย้ายเครื่องบินปลดเกษียณทางบกกรณีทั่วๆ ไปจะตัดลำตัวออกเป็นท่อนๆ แล้วนำไปประกอบใหม่ แต่วิธีการนี้จะทำให้เห็นรอยตำหนิไม่สวยงาม นี่จึงอาจเป็นครั้งแรก ๆ ที่เกิดปฏิบัติการลากจูงเครื่องบินไปบนท้องถนนที่ลำตัวเครื่องบินยังคงสภาพสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถเทรลเลอร์ชานต่ำ 6 เพลา ส่วนหัว 10 ล้อ ส่วนพ่วงอีก 48 ล้อ รวมเป็น 58 ล้อ สำหรับการบรรทุกลำตัวเครื่องบิน
Comments off